หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือลดไขมัน มักจะโฟกัสแค่เรื่อง การคุมอาหาร และ การออกกำลังกาย เท่านั้น

เจาะลึกข้อดีข้อเสียและวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ

แต่ถ้าคุณคุมอาหารเป๊ะ ชั่งน้ำหนักวัตถุดิบทุกมื้อ แต่ไขมันกลับไม่ยอมลดลงเลย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่อยู่ที่ ความเครียดของระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System Stress) ครับ

เมื่อระบบประสาทสะสมความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบขัดขวางการลดไขมันโดยตรงถึง 6 กลไก ดังนี้

6 กลไกความเครียด (CNS Stress) ขัดขวางการลดไขมัน

 

1. ขัดขวางการดึงไขมันออกมาใช้ (Inhibit Lipolysis)
ตามธรรมชาติ ร่างกายต้องทำการสลายไขมันออกจากเซลล์ไขมันก่อน (Lipolysis) แล้วจึงนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน แต่เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลในเลือดสูงขึ้น มันจะทำหน้าที่สวิตช์ล็อกเซลล์ไขมันไว้ ไม่ยินยอมให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ได้ตามปกติ โดยเฉพาะบริเวณไขมันหน้าท้อง

2. ร่างกายปฏิเสธการใช้ไขมัน และเปลี่ยนไปใช้ไกลโคเจนแทน
ในภาวะที่ระบบประสาทเครียด ร่างกายจะประเมินว่าเป็นสถานการณ์อันตราย และจะเลือกรู้สึกปลอดภัยกว่าในการใช้พลังงานจาก ไกลโคเจน (แป้งในกล้ามเนื้อและตับ) แทนการใช้ไขมัน ยิ่งถ้าคุณกำลังทานอาหารแบบแป้งต่ำ (Low-Carb Diet) อยู่ด้วย ร่างกายก็ยิ่งเกิดความเครียดซ้อนความเครียด ทำให้เผาผลาญไขมันได้แย่ลงไปอีก

3. กระตุ้นการสะสมไขมันอันตรายบริเวณหน้าท้อง (Visceral Fat)
ฮอร์โมนความเครียดมีตัวรับสัญญาณ (Receptors) หนาแน่นมากบริเวณไขมันช่องท้อง ดังนั้น ยิ่งระบบประสาทเครียดสะสม คอร์ติซอลจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายนำสารอาหารไปสะสมเป็นไขมันรอบอวัยวะภายในและพุง (Visceral Fat) มากขึ้นเรื่อยๆ

4. ทำให้อินซูลินทำงานแย่ลง (Insulin Resistance)
ความเครียดเรื้อรังทำให้ความไวต่ออินซูลินลดลง (Insulin Sensitivity) ส่งผลให้น้ำตาลในกระแสเลือดพุ่งสูงขึ้นได้ง่าย เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนก็จะยิ่งหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้น ซึ่งภาวะอินซูลินสูงค้างนี้คือสภาวะที่ร่างกาย สะสมไขมัน ได้ง่ายที่สุดและ เผาผลาญไขมัน ได้ยากที่สุด

5. เพิ่มความอยากอาหาร และโหยของหวานตลอดเวลา
คอร์ติซอลที่สูงขึ้นจะไปรบกวนสมองส่วนที่ควบคุมความอิ่ม และส่งสัญญาณหลอกว่าร่างกายต้องการพลังงานด่วน ส่งผลให้คุณรู้สึก หิวบ่อย คุมอาหารยาก และมีความโหยอาหารจำพวกของหวาน แป้ง หรือของทอดเป็นพิเศษ

6. รบกวนคุณภาพการนอนหลับ และลดการเผาผลาญตอนกลางคืน
ความเครียดของระบบประสาททำให้นอนหลับไม่ลึก ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ส่งผลให้การหลั่ง โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ลดลงอย่างมาก ซึ่งฮอร์โมนนี้คือหัวใจหลักในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและสลายไขมันในขณะที่เรานอนหลับช่วงกลางคืน

บทสรุป เลือกแบบไหนดีที่สุด?

หากคุณพบว่าตัวเองคุมอาหารดีแล้ว แต่สัดส่วนและไขมันไม่ขยับเลย ให้ลองถอยกลับมาจัดการกับ CNS Stress ก่อนเป็นอันดับแรก ลองลดความเข้มข้นของการซ้อมลง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพิ่มวันพัก (Rest Day) หรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย เพื่อลดระดับคอร์ติซอลลง แล้วระบบเผาผลาญไขมันจะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งครับ

ปราปต์ ปรมาภูติ
THE FITWHEY TEAM
(เพราะเราไม่ใช่แค่คนขายเวย์)