สำหรับสายหวานที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่ยังไม่อยากตัดขนมโปรดออกจากชีวิต มักจะมีคำถามว่า "ถ้าจะกินของหวาน ควรทานพร้อมมื้ออาหารหลัก หรือแยกออกไปทานเป็นมื้อว่างระหว่างวันดี?"

เจาะลึกข้อดีข้อเสียและวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ

คำตอบทางโภชนาการที่ชัดเจนคือ "ทานรวมในมื้ออาหารหลัก อ้วนน้อยกว่าครับ" การรวบของหวานไปทานตบท้ายมื้ออาหารทันที มีข้อได้เปรียบทางชีวเคมีและพฤติกรรมการกินมากกว่าการทานตอนท้องว่าง ดังนี้ครับ

2 เหตุผลทางโภชนาการที่ควรทานของหวานรวมในมื้อหลัก

 

1. ช่วยชะลอการพุ่งสูงของน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar Spike)

เมื่อทานเป็นของว่างตอนท้องว่าง: ร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลจากของหวานเข้าไปในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาปริมาณมาก ซึ่งอินซูลินที่สูงนี้จะ "สั่งให้ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันเก่า" และเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินไปเก็บเป็นไขมันทันที
เมื่อทานรวมในมื้อหลัก: อาหารในมื้อหลักมักจะมี โปรตีน ไฟเบอร์จากผัก และไขมันดี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน "เบรก" คอยชะลอการย่อยและการดูดซึมน้ำตาลในกระเพาะและลำไส้ ทำให้น้ำตาลค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ระดับอินซูลินไม่พุ่งสูง ร่างกายจึงนำพลังงานไปใช้ได้ดีกว่าและสะสมเป็นไขมันน้อยกว่า
 

2. ควบคุมปริมาณได้ง่ายกว่า ไม่ทานเยอะเกินไป (Portion Control)
ความอิ่มและความแน่นจากข้าว ผัก และเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารหลัก จะช่วยลดพื้นที่ในกระเพาะอาหารลงโดยอัตโนมัติ ทำให้เมื่อเราทานของหวานตบท้าย เราจะทานได้แค่พอหายอยากในปริมาณที่น้อยลง ต่างจากการทานตอนท้องว่างที่มักจะเผลอทานเพลินจนได้รับแคลอรีเกินโดยไม่รู้ตัว

บทสรุป เลือกแบบไหนดีที่สุด?

หากคุณไม่อยากให้อาการอยากของหวานมาทำลายเป้าหมายการลดน้ำหนัก เทคนิคที่ง่ายที่สุดคือ "ทานของหวานทันทีหลังมื้ออาหารหลัก" เพื่ออาศัยโปรตีนและไฟเบอร์ในมื้อนั้นช่วยชะลอน้ำตาล และจำกัดปริมาณการทานให้พอเหมาะ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถอร่อยกับของโปรดได้โดยกระทบการเผาผลาญไขมันน้อยที่สุดครับ

ปราปต์ ปรมาภูติ
THE FITWHEY TEAM
(เพราะเราไม่ใช่แค่คนขายเวย์)